แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ครัว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ครัว แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2552

Waterside มื้อสบาย ริมสายน้ำ

Waterside มื้อสบาย ริมสายน้ำ

บรรยากาศร้าน Waterside ยามพลบค่ำ
กินข้าวนอกบ้านทั้งที สิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้รสชาติอาหารคือเรื่องของบรรยากาศ และเพราะตระหนักถึงข้อนี้ "ตระเวนกิน" เลยพาแวะเวียนมาที่ร้านอาหาร "Waterside Resort Restaurant" ร้านอาหารสไตล์ Contemporary Resort ที่ตั้งอยู่เลียบทางด่วนรามอินทรา ถนนอีกเส้นหนึ่งของกรุงเทพฯที่มีร้านอาหารให้เลือกสรรมากมาย

อีกหนึ่งบรรยากาศของ Waterside Resort Restaurant
Waterside มีความพิเศษด้วยทำเลที่ตั้งที่กว้างขวาทั้งที่จอดรถและตัวที่ตั้งร้านที่ อยู่บนผืนน้ำ พื้นที่กว่า 15 ไร่ รองรับลูกค้าได้กว่า1,000 ที่นั่ง โดยมีเอกลักษณ์อันโดดเด่นคือ ที่นั่งทุกโต๊ะที่นี่ชิดริมน้ำ ดังนั้นมาที่ร้านนี้ไม่ต้องจองที่นั่งริมน้ำก็ได้นั่งแน่นอน มีทั้งนั่งแบบ out door และ in door การตกแต่งของทางร้านก็เก๋ไก๋ไม่เบา ด้วยโคมไฟทรงสูงรายล้อมอยู่ทั่วร้าน เน้นความร่มรื่นของแมกไม้และความกลมกลืนลงตัวของธรรมชาติที่แวดล้อมผืนน้ำ โอบล้อม Waterside ให้แลดูเป็นส่วนตัวจากโลกภายนอก เสมือนนั่งกินข้าวอยู่ในรีสอร์ท พร้อมมีดนตรีสดเล่นคลอเบาๆทุกค่ำคืน

บรรยากาศในห้องคาราโอเกะ
นอกจากนี้ยังมีห้องคาราโอเกะทันสมัยให้บริการอีก 13 ห้อง ราคาห้อง ตั้งแต่ 1,500 -3,500 บาท รองรับลูกค้าได้ตั้งแต่ 10-40 ท่าน ทุกห้องชิดริมน้ำเช่นกัน ซึ่งภายในแต่ละห้องมีบรรยากาศแตกต่างกันไป ทั้งสีของห้อง และโซฟาที่ออกแบบให้ลูกค้านั่งขับร้องเพลงอย่างสบาย ระบบภาพติดตั้งด้วยจอขนาด 50 นิ้ว และสมบูรณ์แบบด้วยระบบเสียงจากลำโพง JBL เรียกได้ว่าร้องเสียงแบบไหนก็เพราะ ในส่วนของคาราโอเกะ หากสนใจต้องจองก่อนล่วงหน้าหนึ่งสัปดาห์

ยำวอเตอร์ไซด์
มีบรรยากาศที่มี พร้อมที่นั่งแสนสุขแล้ว ก็ต้องมาเปิดเมนูดูอาหารกันบ้าง ด้วยเมนูหลากหลายกว่า300 เมนู เน้นอาหารไทยเป็นส่วนใหญ่ มีอาหารนานาชาติปะปนอยู่บ้าง จึงทำให้เลือกกินได้อย่างสนุกทีเดียว

ขอเรียกน้ำย่อยก่อนด้วย ยำวอเตอร์ไซด์ (180 บาท) ยกมาทั้งทะเลด้วยหน้าตาน่ากิน เพราะมากด้วยสารพัดเครื่องทั้งปลาหมึก กุ้ง หอยนางรม ปลากะพง ทุกอย่างถูกนำไปลวกสะดุ้งพอสุก พร้อมด้วยไข้เยี่ยวม้าและกระเพาะปลาอย่างดี ก่อนนำมาคลุกเคล้ากับเครื่องยำจนออกมาครบเครื่องทั้งเปรี้ยว ทั้งเผ็ด รสจัดถูกใจ

ขาหมูเยอรมันทอดกรอบ
ต่อกันด้วย ขาหมูเยอรมันทอดกรอบ (290 บาท) ขาหมูทอดจนกรอบเหลืองยกใส่จานมาทั้งขา เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงอย่างมันบด และผักดองแบบฉบับ Waterside พร้อมด้วยน้ำจิ้มขาหมูรสเด็ดรสชาติกลมกล่อมด้วยขาหมูที่ถูกทอดจนหนังกรอบ แต่เนื้อในยังอ่อนนุ่ม กินคู่กับน้ำจิ้มแสนจะเข้ากัน

ปลากะพงแช่น้ำปลา
อาหารที่นี่เสิร์ฟเร็ว รอไม่นาน ถัดมาไม่กี่นาที ก็ได้ลิ้มลอง ปลากะพงทอดแช่น้ำปลา (290 บาท) ปลากะพงตัวโตถูกนำมาผ่าซีก ทอดจนเป็นสีอำพัน แล้วถูกนำมาแช่กับน้ำปลาสูตรลับที่ปรุงมาเป็นพิเศษ จานนี้ตัวปลาเนื้อแน่นหวาน ทั้งกรอบและนุ่ม รสชาติหวานแกมเค็มที่ได้จากการแช่น้ำปลาเป็นอีกหนึ่งเมนูที่น่าลอง

คอหมูย่างกระทะร้อน
อีกสักเมนูกับ คอหมูย่างกระทะร้อน (180 บาท) เสิร์ฟคอหมูย่างมาบนกระทะร้อน โชยกลิ่นหอมฟุ้งมาแต่ไกล ราดจนฉ่ำด้วยน้ำจิ้มสามรส จนได้ทั้งความหอมหวานของเนื้อหมูและเปรี้ยวเผ็ดหวานจากน้ำจิ้ม จะกินเล่นเพลินๆก็ได้ หรือ กินคู่กับข้าวสวยร้อนๆก็เข้าที

ต้มยำกุ้งเผามะพร้าวอ่อน
ปิดท้ายด้วย ต้มยำกุ้งเผามะพร้าวอ่อน (เล็ก 180 บาท,ใหญ่ 250 บาท) ต้มยำกุ้งน้ำข้นที่ใช้กุ้งแม่น้ำขนาดกลาง ต้มกับเครื่องสมุนไพรไทยและมะพร้าวอ่อน เสิร์ฟในหม้อไฟร้อนควันโขมง ซดร้อนๆได้รสชาติต้มยำแบบไทยๆ

มีดนตรีคลอเบาๆ
หากยังไม่หนำใจ จะสั่งเพิ่มก็ยังเหลืออีกสารพัดเมนูให้เลือกทั้ง ยำยอดกระถินหอยนางรม(130 บาท),เนื้อปลาคังผัดฉ่ากระทะร้อน(200 บาท),แกงเลียงกุ้งสดผักหวานปลากรอบ ( เล็ก140 บาท/ใหญ่ 200 บาท),ห่อหมกเนื้อปูใบยอ (150 บาท),คะน้าผัดไข่แดงกุ้งสด(140 บาท),เนื้อปลาเก๋ายัดไส้กุ้ง(140 บาท) เลือกกินข้าวในบรรยากาศดีๆโอบล้อมด้วยสายน้ำ ลองมาที่ "Waterside Resort Restaurant"



อิ่มในบรรยากาศใกล้ชิดริมน้ำ
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ร้านอาหาร "Waterside Resort Restaurant" ถ.ประดิษฐ์มนูธรรม แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กทม. การเดินทางไป "Waterside" จากแยกเกษตร-นวมินทร์ ขับรถมาตามเส้นถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ขับรถเลียบทางด่วนตรงไปเรื่อยๆ แล้วไปกลับรถใต้ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ แล้วขับรถเลียบมาเรื่อยๆสังเกตป้ายร้าน waterside ทางซ้ายมือ เมื่อเจอป้ายร้านแล้วขับรถเลี้ยวซ้ายเข้ามาอีกเพียง50เมตรก็จะถึงร้าน เปิดบริการตั้งแต่เวลา 17.00 น.-01.00 น. ทุกวัน โทร. 0-2943-9496-7

ที่มา www.manager.co.th

“โตเกียว เทเบิล” เข้มข้นอาหารญี่ปุ่นต้นตำรับ

“โตเกียว เทเบิล” เข้มข้นอาหารญี่ปุ่นต้นตำรับ

บรรยากาศภายในร้าน “โตเกียว เทเบิล”
ต้องยอมรับว่าตอนนี้ร้านอาหารญี่ปุ่นจากแดนอาทิตย์อุทัยมีเปิดให้ บริการอย่างมากมายในบ้านเรา ไม่ว่าจะอยู่ย่านในของมุมเมืองก็จะมีร้านอาหารจากแดนปลาดิบให้เลือกเข้าไป กินได้อย่างตามใจปาก ซึ่งแต่ละร้านอาหารก็มักจะมีคอนเซปต์ของร้าน และรสชาติอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ และมีจุดเด่นที่ดึงดูดเหล่านักกินอาหารญี่ปุ่นที่แตกต่างกันไป เรียกว่านักกินอาหารญี่ปุ่นชอบสไตล์และรสชาติอาหารญี่ปุ่นแบบไหน ก็เลือกไปกินกันได้ตามอำเภอใจ

อย่างในมื้อนี้ “ตระเวนกิน” ก็มีร้านอาหารญี่ปุ่นอีกหนึ่งร้านที่น่าสนใจมาแนะนำให้กับสาวกอาหารญี่ปุ่นได้ไปลองลิ้มรสชาติกัน ร้านนี้มีชื่อว่า “โตเกียว เทเบิล” ตั้ง อยู่ย่านเอกมัย ร้านนี้มีความน่าสนใจตั้งแต่บรยากาศร้าน ที่เมื่อเข้ามาแล้วจะสัมผัสได้ถึงความสงบ ไม่วุ่นวาย แถมได้อารมณ์เหมือนมานั่งกินข้าวอยู่ที่บ้าน

มุมเรือนไทยชวนนั่งสบายๆ
เพราะทางร้านได้นำเอาบ้านเก่ามาตกแต่งใหม่ เป็นสไตล์แบบไทยผสมญี่ปุ่น เน้นความเป็นธรรมชาติรายล้อมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ มีส่วนของโต๊ะนั่งให้เอกนั่งได้ตามชอบใจ มีทั้งโซนมุมเรือนไทยด้านหน้าติดแอร์นั่งสบาย ส่วนด้านในตัวบ้านจัดเนโต๊ะเก้าอี้ไม้ดูอบอุ่นนั่งสบาย มีมุมซูชิบาร์บริการด้วย ส่วนด้านบนของบ้านมีห้องส่วนตัวบริการ 3 ห้อง

มาถึงความน่าสนใจของอาหารที่ร้านนี้ให้บริการอาหารญี่ปุ่น ที่โดดเด่นและแตกต่างไปจากร้านอื่นๆ คือบริการอาหารญี่ปุ่นพื้นเมืองแบบต้นตำรับ คัดสรรความหลากหลายของเมนู และการเลือกสรรวัตถุดิบที่ดีมีคุณภาพ โดยเฉพาะอาหารทะเลจะสั่งตรงจากชาวประมงที่ประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว เรียกว่าได้กินความสดเหมือนที่ญี่ปุ่นไม่มีผิดเพี้ยน และนอกจากจะมีอาหารญี่ปุ่นแล้ว ที่นี่ยังมีอาหารไทยบริการด้วย และมีอาหารแนวฟิวชั่นแปลกใหม่ที่ผสมผสานระหว่างอาหารญี่ปุ่นกับอาหารไทยให้ ลงตัวทั้งรสชาติและสีสันหน้าตา อันถูกปากทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ

ปอเปี๊ยะสดโตเกียว เทเบิล
ถึงตรงนี้คงอยากจะรู้แล้วล่ะสิว่าอาหารจานเด่นของที่นี่มีอะไรน่ากิน บ้าง ถ้าอย่างนั้นตามมาเปิดเมนูสั่งอาหารกันได้เลยด้วยจานแรกเป็น ปอเปี๊ยะสดโตเกียวเทเบิล (170 บาท+) เป็นแผ่นแป้งปอเปี๊ยะสดมีไส้กุ้ง ไก้ฉีก ผักเมียวหงะจากญี่ปุ่น ไข่ฝอย แครรอท หัวไชเท้า ผักชี กุ้นฉ่ายขาว ห่อม้วนหั่นมาเป็นชิ้น เคี้ยวปอเปี๊ยะเต็มปากเต็มคำผักสดกรอบ กินกับน้ำจิ้มปอเปี๊ยะรสเด็ดเข้ากัน

เทมปุระทอดรวม
จานต่อมานำเสนอ เทมปุระทอดรวม (180 บาท+ ถ้าสั่งเป็นเซ็ทเพิ่มอีก 80 บาท มีข้าวสวย ซุป ผักดอง ไข่ตุ๋น กับแกล้มอีก 1 อย่าง พร้อมเสิร์ฟชาเขียวฟรีเติมตลอด และมีชาหรือกาแฟให้เลือก) เทมปุระรวมจานนี้มีกุ้ง ปลากะพง ผักต่างๆ ชุบแป้งที่ปรุงเป็นพิเศษ แล้วลงทอดในน้ำมันใหม่ๆ ทำให้เทมปุระของที่นี่เคี้ยวกรอบนุ่ม ไม่อมน้ำมัน

บะหมี่เย็นต้มยำ
ตามมาด้วยเมนูจานเส้นอย่าง บะหมี่เย็นต้มยำ (150 บาท+ เป็นเซ็ทเพิ่มอีก 80 บาท มีข้าวสวยหรือข้าวผัด มีสลัดปลาดิบ อาหารย่าง ) บะหมี่เย็นต้มยำเมนูนี้เป็นแบบแห้งขลุกขลิก เส้นบะหมี่เหลืองเส้นกลม เอามาผสมกับน้ำปรุงต้มยำที่ปรุงมาจากญี่ปุ่นเป็นพิเศษ ใส่แตงกวา แครอท ไข่เจียว และไก่ฉีก เวลากินคลุกเคล้าส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน ม้วนเส้นหมี่ส่งเข้าปากเคี้ยวนุ่มหอมกลิ่นต้มยำอ่อนๆ และได้รสชาติต้มยำที่กลมกล่อม ไม่ได้เผ็ดจัดจ้านมากแบบไทยๆ

บาราชิราชิ
ต่อด้วยข้าวหน้าปลาดิบรวมที่มีชื่อว่า บาราชิราชิ (300 บาท+) ข้างล่างเป็นข้าวปรุงรส ด้านบนมีสารพัดปลาดิบมีทั้งปลาแซลมอน ปลาคำปาจิจากญี่ปุ่น ปลาไหลจากญี่ปุ่น ปลาหมึก กุ้งต้ม หอยเชลล์ ไข่หวาน ไข่ปลาแซลมอน กินข้าวออกรสหวานๆ เปรี้ยวๆ เข้ากันกับปลาดิบสารพัด

ข้าวปั้น 7 คำ
จากนั้นมากินซูชิกันบ้างเป็น ข้าวปั้น 7 คำ (450 บาท+) ที่ปั้นเป็นทรงกลม มีข้าวปั้นหน้าปลาดิบ 3 คำ มีหน้าปลาทูน่าญี่ปุ่น หน้าปลาคำปาจิ หน้าหอยเชลล์ และมีหน้าผัก 4 คำมีหน้าผักมะเขือยาว หน้าหน่อไม้ฝรั่งพันด้วยปลาแซลมอน หน้าผักเมียวหงะ หน้าหน่อไม้ไทยต้มซีอิ้วสไตล์ญี่ปุ่น ข้าวปั้นแต่ละคำข้าวเคี้ยวนุ่มได้รสชาติกับหน้าต่างๆ

ไอศกรีมโมจิถั่วแดง
ส่งท้ายด้วยเมนูของหวาน ไอศกรีมโมจิถั่วแดง (75 บาท+) ไอศกรีมสามารถเลือกรสได้มี ชาเขียว เมลอน วนิลา และมีถั่วแดงบดที่ทางร้านทำเอง และโมจิลูกเล็กๆ ที่ทำเองเช่นกัน กินไอศกรีมเย็นๆ หวานฉ่ำเข้ากันกับถั่วแดงหวานหอม และโมจิเนื้อนุ่มนิ่มปาก

มุมโต๊ะนั่งด้านบน
และใช่ว่าเมนูจานเด็ดจะมีเพียงเท่านี้ เพราะยังมีอาหารจานเด่นที่ชวนกินอีกมากมาย อาทิ สลัดอิคุระกับปลาแซลมอน (250 บาท+) สลัดอโวคาโดแซลมอน (240 บาท+) สุกี้นึ่ง (ผักรวมหมูไก่ 180 บาท+, ทะเล 250 บาท+) ข้าวผัดต้มยำกุ้งกระทะหิน (220 บาท+, /280 บาท+) กุ้งทอดราดซอสสไตล์โตเกียวเทเบิล (150 บาท+, 220 บาท+) ข้าวผัดผงกะหรี่ทะเล (170 บาท+) ฯลฯ ที่ถ้าใครอยากจะลองลิ้มอาหารญี่ปุ่นแบบยุ่นแท้ๆ และอาหารไทยรสเด็ด ก็ชวนเชิญมากันที่ได้ร้าน “โตเกียว เทเบิล”

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

“โตเกียว เทเบิล” (Tokyo Table) ตั้งอยู่ที่ 8/1 ซ.เอกมัย 6 ถ.สุขุมวิท 63 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กทม. การเดินทางมาจากถ.สุขุมวิท วิ่งตรงมายังซอยเอกมัย แล้วตรงเข้ามาที่เอกมัยซ.6 เลี้ยวเข้ามาในซอยนิดเดียวจะเห็นร้านโตเกียว เทเบิลเป็นบ้านอยู่ทางขวามือ จอดรถที่ร้าน และสามารถนำรถไปจอดได้ที่บิ๊กซี เปิดทุกวัน เวลา 11.30-14.00 น. และ 17.30-22.30 น. โทร. 0-2391-4103, 0-2714-2223

ที่มา www.manager.co.th

อร่อยหรู ดูวิวเจ้าพระยา ที่ “จักรพงษ์ไพรเวทไดนิ่ง”

อร่อยหรู ดูวิวเจ้าพระยา ที่ “จักรพงษ์ไพรเวทไดนิ่ง”

บรรยากาศชวนกินที่จักรพงษ์ไพรเวทไดนิ่ง
หากใครเคยผ่านไปที่ถนนมหาราช บริเวณท่าเตียน คงจะเคยสังเกตเห็น "บ้านจักรพงษ์" หรือ “วังจักรพงษ์” ที่ร่มรื่นไปด้วยแมกไม้ มีสถาปัตยกรรมอิทธิพลตะวันตกอันสวยงาม ซึ่งเมื่ออดีตสถานที่แห่งนี้เป็นวังของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานารถ เพื่อใช้เป็นเรือนรับรองในโอกาสที่ต้องเสด็จมาร่วมงานพิธีต่างๆ ที่พระบรมราชวัง รวมถึงใช้เป็นสถานที่ปิกนิก ต่อมาเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถได้ประทานให้เป็นวังของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์

โต๊ะนั่งริมแม่น้ำชมวิวเจ้าพระยารับลมเย็นๆ
แต่ ณ ปัจจุบันนี้วังจักรพงษ์เป็นที่พำนักและดูแลโดย หม่อมราชวงศ์นริศรา จักรพงษ์ และได้มีการเปิดวังให้เป็นบูติกโฮเต็ลที่มีชื่อว่า “จักรพงษ์ วิลล่า” อีกด้วย และอีกหนึ่งความพิเศษที่จะขอกล่าวถึงวังจักรพงษ์แห่งนี้ก็คือ “จักรพงษ์ไพรเวทไดนิ่ง” สถานที่นั่งรับประทานอาหารในบรรยากาศแบบไพรเวท มีความเป็นส่วนตัวสุดๆ และมีความโรแมนติกสูง เพราะอยู่ติดกับริมแม่น้ำเจ้าพระยา ได้ชมพระอาทิตย์ตกยามเย็น มองเห็นวิวที่สวยงามอย่างวัดอรุณ

อิ่มกับอาหารแบบเป็นเซ็ต
สำหรับผู้ที่จะมากินอาหารดื่มด่ำบรรยากาศที่นี่นั้น ต้องโทรศัพท์จองก่อนล่วงหน้า เพราะด้วยเนื้อที่จำกัดรองรับแขกได้จำนวนไม่เกิน 30 คน ในบรรยากาศศาลาริมน้ำตกแต่งอย่างหรูหรา ภายในห้องแอร์เย็นฉ่ำมีโต๊ะอาหารจัดตกแต่งอย่างสวยงาม นอกจากนี้ยังมีระเบียงด้านนอกที่สามารถจัดให้เป็นโต๊ะนั่งทานอาหารได้ ซึ่งจะได้สัมผัสกับสายลมเย็นๆ มองชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาอันงดงาม

หลนกุ้ง
ในส่วนอาหารของที่นี่ เป็นอาหารไทยแท้โบราณต้นตำรับวังจักรพงษ์ มีเชฟฝีมือดีที่สืบทอดอาหารมาจากต้นตำรับแต่ก็มีบางเมนูที่มีการปรับรสชาติ ให้ทันสมัยขึ้น โดยพิถีพิถันและเน้นเป็นพิเศษในเรื่องการคัดสรรวัตถุดิบที่ดีมีคุณภาพมาปรุง อาหาร มีการจัดแบบเป็นเซตอาหารให้เลือกอยู่ 4 เซตด้วยกัน โดยในแต่ละเซตก็จะมีอาหารที่หลากหลายให้กินกัน ซึ่งราคาอาหารของที่นี่อยู่ที่เซตละ 2,000 บาท/คน รวมเครื่องดื่มซอฟต์ดริงก์ แต่ถ้าใครอยากดื่มไวน์ที่นี่ก็มีไวน์ไว้บริการให้เลือกดื่มกันอย่างหลากหลายจากทั่วโลก

ผัดคะน้าน้ำมันหอย
ว่าแล้วก็มาดูเมนูอาหารเซตพิเศษที่อยากจะนำเสนอกัน เริ่มจากจะมีเมนูเรียกน้ำย่อยก่อน เป็นอาหารที่แล้วแต่เชฟจะทำออกมา และจะหมุนเวียนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เช่น ถุงทอง ปอเปี๊ยะ ข้าวตังหน้าตั้ง ช่อม่วง แล้วจึงเสิร์ฟมาด้วยเมนูหนักท้องอย่างเมนูแรกเป็น หลนกุ้ง หน้าตาน่ากินมากๆ เป็นหลนกุ้งที่มีส่วนผสมของกุ้งสับ หอมแดง พริกชี้ฟ้าเขียว เหลือง แดง ปรุงกับน้ำมะขาม น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา น้ำกะทิ ปรุงรสชาติรวมกัน ออกมาเป็นหลนกุ้งรสกลมกล่อม หวาน เปรี้ยว เค็ม มัน กินแนมกับผักสดสารพัด ทั้งขมิ้นขาว แตงกวา ถั่วพู มะเขือ ยอดผักบุ้ง

ลาบปลาดุกทอดกรอบ
ตามมาด้วยเมนูผัดผักอย่าง ผัดคะน้าน้ำมันหอย ผักคะน้าฮ่องกงยอดอ่อนก้านอวบเอามาลวก และผ่านน้ำเย็นเพื่อรักษาความสดและกรอบของผักไว้ แล้วจึงนำมาผัดกับกระเทียม ใส่น้ำมันหอย และเห็ดหอมสด กินผักคะน้าเคี้ยวกรอบกรุบผักหวานไม่ขมปาก ได้รสชาติน้ำมันหอยรสกลมกล่อมลิ้น

จากนั้นมาชิมเมนูเด็ดชื่อว่า ลาบปลาดุกทอดกรอบ เป็นการนำปลาดุกที่แล่เอาก้างออกแล้วมาหมักและทอดจนกรอบ แล้วจึงนำมาปรุงกับเครื่องลาบรสเด็ด ที่คั่วข้าวคั่วเอง และพริกป่นก็ป่นเอง กินแล้วลาบปลาดุกเนื้อกรุบกรอบถึงเครื่องรสลาบเข้มข้น

ฉู่ฉี่กุ้งแม่น้ำ
เมนูจานเด่นต่อมานำเสนอ ฉู่ฉี่กุ้งแม่น้ำ กุ้งแม่น้ำสดๆ ตัวโตเอามาทอด และทำเครื่องฉู่ฉี่มาราดบนตังกุ้ง ราดด้วยหัวกะทิอีกที ชิมแล้วกุ้งเนื้อแน่นสดหวาน เคล้ากับรสชาติเครื่องฉู่ฉี่ที่เข้มข้นถึงเครื่องแกงกำลังดี

ต่อมาเป็นเมนูซดน้ำร้อนให้ชุ่มคออย่าง ต้มข่าทะเล เป็นต้มข่าใส่กะทิแบบครบเครื่อง และใส่พวกอาหารทะเลอย่างหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ กุ้งกุลาตัวโต ปลาหมึก เนื้อปลากะพง กินแล้วซดน้ำต้มข่าร้อนๆ หอม เปรี้ยว หวาน เค็ม มัน กินเข้ากันกับอาหารทะเลสดๆ

ต้มข่าทะเล
และอีกหนึ่งเมนูเด็ดที่ขาดไม่ได้คือ มัสมั่นเนื้อ ที่ถ้าใครชอบกินเนื้อเป็นโดนใจ เพราะเป็นเนื้อสันในเกรดเอมาหมักกับผงเครื่องแกง เครื่องเทศไทยและกะทิ ต้มตุ๋นนานกว่า 2 ชม. แล้วจึงนำเนื้อมาเคี่ยวกับเครื่องแกงมัสมั่นสูตรเด็ด ได้ออกมาเป็นมัสมั่นเนื้อที่หอมกลิ่นเครื่องแกง รสชาติเข้มข้นถึงเครื่องแกง เนื้อเคี้ยวนุ่มนิ่มปาก

ส่งท้ายด้วยเมนูของหวาน ซึ่งแล้วแต่ว่าเชฟจะนำเสนออะไร อาจจะเป็นข้าวเหนียวมะม่วง หรือขนมไทยต่างๆ แล้วก็ยังมีผลไม้ตามฤดูกาลให้กินปิดท้ายมื้ออิ่มกันด้วย

มัสมั่นเนื้อ
โดยนี่คือ 1 เซตในจำนวนอาหารที่มีทั้งหมด 4 เซ็ต ส่วนเซตอื่นๆ จะมีอาหารอะไรที่ชวนกินบ้างนั้น เห็นทีว่าคงจะต้องเดินทางมาพิสูจน์รสชาติกันเอาเอง จะได้มาอิ่มเอมกับอาหารไทยรสดี ในบรรยากาศริมแม่น้ำจ้ำพระยาที่มีความเป็นส่วนตัวสูงที่ “จักรพงษ์ไพรเวทไดนิ่ง” แห่งนี้

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *


"จักรพงษ์ไพรเวทไดนิ่ง"
ตั้งอยู่ที่ 396/1 ถ.มหาราช ท่าเตียน พระนคร กทม. การเดินทางถ้ามาจากท่าพระจันทร์วิ่งตรงมาที่ถ.มหาราช ผ่านท่าเตียน เลยวัดโพธิ์มาจะเห็นวังจักรพงษ์อยู่ทางขวามือ อยู่ติดกับ โรงเรียนราชินี สามารถนำรถเข้าไปจอดได้ เปิดทุกวัน เวลา 18.00-23.00 น. ถ้าจะมาทานอาหารต้องโทร.มาจองล่วงหน้าที่เบอร์ 0-2622-1900,0-2224-6686, 0-2225-0139 และที่นี่ยังรับจัดงานเลี้ยง ให้เช้าสถานที่ และมีห้องพักบริการด้วย